10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ เกี่ยวกับ แม่ไม้มวยไทย คอมวยอย่าพลาด

วันนี้ทางทีมงาน pizzagamechangers.com ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้มาทำความรู้เกี่ยวกับ 10 เรื่องลับ แม่ไม้มวยไทย ที่เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ชาติไทย ถือว่านี้อาจจะเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ มวยไทย เรื่องใหม่ที่คอมวยตัวจริงอาจจะไม่รู้มาก่อนมาดูกันว่าเรื่องราวต่างๆเหล่านี้คืออะไร


ก่อนที่จะไปพบกับเรื่อง แม่ไม้มวยไทยโบราณ เราจะท้าวความย้อนไปเมื่อ วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 มวยไทย ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย หลังจากที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างมาก และ อยากให้รุ่นลูกรุ่นหลานอย่าทิ้งวัฒนธรรมที่เก่าแก่อันดีงามเหล่านี้ให้สิ้นไป

แม่ไม้มวยไทยโบราณ

โดยเราจะพาท่านมาย้อยรอยประวัติศาสตร์ แม่ไม้มวยไทย กับ 10 เรื่องที่น่าทึ่งในอดีตและเราอยากให้สิบเรื่องนี้ไม่จางหายไปตามกาลเวลาจะเป็นเรื่องอะไรบ้างมาดูกันเลย


ย้อนรอย ประวัติ แม่ม้ายมวยไทย 10 เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

1 แม่ไม้มวยไทยคือศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9

สำหรับคำว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 หลายคนมักสงสัยว่าคืออะไรบ้างเมื่อนับท่ามวยไทยรวมยังไงก็ไม่ถึง โดยการออกอาวุธมวยไทยจะให้อวัยวบนร่างกายที่เรียกว่า นวอาวุธ ประกอบด้วยส่วนต่างๆดังนี้คือ หมัด 2 / ศอก 2 / เข่า 2 / เท้า 2 และ หัว 1

ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9

2 ต่างชาติรู้จักมวยไทยในนาม Art of Eight Limbs

ความจริงแม่ไม้มวยไทยใช้อาวุธทั้ง9 แต่ปัจจุบันเราได้ตัดการใช้ศรีษะในการออกอาวุธทิ้งเสีย เพราะสามารถสร้างความอันตรายให้กับผู้ชกและฝ่ายตรงข้ามได้ แต่กลับเรียกมวยพม่าว่าเป็น Art of Nine Limbs แทนเพราะว่ามวยพม่ายังคงใช้หัวในการต่อสู้โขกฝ่ายตรงข้ามได้

3 มวยไทยโบราณ ไม่จำเป็นต้องคาดเชือก

หลายคนเชื่อว่า มวยคาดเชือก ก็คือกฎกติกาของการชกมวยไทยในอดีต แต่ความจริงแล้วการคาดเชือกนั้นมีไว้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นักมวยเกิดความบาดเจ็บในการแข่งขันเท่านั้น โดยมิได้ระบุว่านักมวยจำเป็นต้องคาดเชือกก่อนขึ้นชกนั้นเอง

4 สนามมวยสวนกุหลาบ คือสนามมวยแห่งแรกในไทย

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี พ.ศ. 2462 ประเทศไทยได้มีเวทีมวยแห่งแรกในประเทศเกิดขึ้นจากฝีมือของประชาชนที่อยู่รอบบริเวณวังสวนกุหลาบร่วมกันสร้าง สนามวยสวนกุหลาบ ขึ้นมา

เวทีมวยราชดำเนิน

5 เวทีมวยราชดำเนิน ใช้เวลาสร้างยาวนานกว่า 10 ปี

กว่าจะมาเป็น Rajadumnern Stadium สนามมวยแห่งแรกของประเทศไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้เงินทุนจากสิ้นทรัพย์ในส่วนของพระมหากษัตริย์ลงทุนก่อสร้างในปี 2484

แต่ระขณะที่กำลังเริ่มก่อสร้างก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นจึงทำให้ต้องชะลองานสร้างลงไป และหลังจากที่สงครามสงบลงในปี 2488 สนามมวยราชดำเนิน ก็ได้ใช้งานเป็นครั้งแรกโดยมีการจัดการแข่งขันในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2488 แต่ในเวลานั้นยังไม่มีหลังคามุง

เวลาผ่านไปเรื่อยโดยที่ เวทีมวยราชดำเนินยังไม่มีหลังคาเหมือนเดิมจนในปี 2494 ทางด้าน นายเฉลิม เชี่ยวสกุล ผู้จัดการสนามมวย ได้เสนอถึงปัญหาดังกล่าวพร้อมชี้แจงให้เห็นว่าเกิดความไม่สะดวกอย่างไรจึงได้มีการจัดสร้างหลังคามามุงรอบสนามทั้งหมดในปีนั้นเอง จนทำให้ เวทีมวยราชดำเนิน เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในที่สุด

6 มวยไทย เป็นที่นิยมไม่เว้นแม้ พระมหากษัตริย์ไทย

เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อ พระเจ้าเสือ ต่อมาก็คือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ทรงชื่นชอบและมีความชำนานเรื่อง แม้ไม่มวยไทย เป็นอย่างมากและได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนไปประลองชกมวยที่ อำเภอวิเศษไชยชาญ และพระองค์ก็สามารถชกชนะมวยเอกลงได้ 3 คนคือ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และ นายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้งสามพ่ายแพ้ไปด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส

7 จอมพลเกอริง ยังโดนน็อตด้วย หมัดมวยไทย

ย้อนรอยไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5-6 เป็นยุคที่คนไทยได้มีโอกาสไปเรียนวิชาทหารที่ประเทศเยอรมัน โดยเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือ “นักเรียนนายร้อยไทยในเยอรมันยุคไกเซอร์” โดยระบุว่าในชั้นเรียกนายร้อยทหาร มีเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งที่มีชื่อว่า แฮร์มัน เกอริง ซึ่งในเวลาต่อมาเขาคือ จอมเผด็งการอันดับที่2รองมาจากฮิตเลอร์ ที่ชื่อว่า จอมพลเกอริง

โดย แฮร์มัน เกอริง เป็นคนร่างใหญ่และมีนิสัยชอบกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมรุ่นอยู่เสมอ และวันหนึ่งเขาได้ไปแกล้งนักเรียนนายร้อยประเทศไทยเข้าและเขาคนนั้นก็ไม่เกี่ยงว่าตัวจะเล็กกว่าจึงได้ทำการ ปล่อยหมัดตรง เข้าไปที่หน้าอย่างแรงซึ่งทำให้ผู้ชกเกิดบาดแผลแหวะที่โคนนิ้วกลาง ส่วนคนโดนชกถึงกับฟันหักไปเลย มาทราบชื่อที่หลังว่า นายร้อยชายไทย คนนั้นก็คือ ขเด็ท ซึ่งต่อมาก็คือ พลตรีพระศักดาพลรักษ์

8 รัชกาลที่ 5 ทรงประทานยศหมื่นให้กับนักมวยไทย 3 ราย

ในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2452 มีการจัดงานแข่งขันมวยคาดเชือกหน้าพระที่นั่ง บริเวณลานพลับพลาทรงธรรมสวนมิสกวัน ในงานศพของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประทานรางวัลให้กับยอดนักมวย 3 รายเป็นยศหมื่น จากนักมวยทั้งสิ้น 300 คนดังนี้คือ

  • นายปล่อง จำนงทอง จากเมืองไชยา ได้รับยศเป็น “หมื่นมวยมีชื่อ”
  • นายกลึง โตสะอาด จากเมืองลพบุรี ได้รับยศเป็น “หมื่นมือแม่นหมัด”
  • นายแดง ไทยประเสริฐ จากเมืองโคราช ได้รับยศเป็น “หมื่นชงัดเชิงชก”

9 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อ มวยไทย คร่าชีวิตคนได้

เรื่องนี้เกิดขึ้นจากรายการแข่งขันมวยไทย โดยที่มี นาย แพ เลี้ยงประเสริฐ เป็นนักมวยท่าเสาจากเมือง อุตรดิตถ์ ขึ้นชกกับ นายเจีย พระตะบอง นักมวยฝีมือดีที่มาจากชายแดนแถบตะวันออก โดยในการแข่งขันทางด้านนายแพ ได้ออกอาวุธท่าแม่ไม้มวยไทยหนุมานถวายแหวน เข้าไปยังบริเวณลูกกระเดือกของอีกฝ่าย ทำให้อีกฝ่ายสบลล้มกลางงานแข่ง และ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

แต่ด้วยกฎการชกมวยคาดเชือกได้ระบุชัดเจนว่าการทำให้อีกฝ่ายเสียชีวิตจะไม่มีความผิด แต่อย่างไรก็ตามการสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กติกามวยไทยเปลี่ยนจากเชือกมาใช้นวมในการชกแทนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กติกามวยไทย 2 รุม 1

10 มีกติกามวยไทย 2 รุม 1 จริง

ย้อนไปในปี  2539 มีการจัดการแข่งขัน ชกมวยแบบ  2 รุม 1 โดยมี หนองกี่พาหุยุทธ และ แสนชัย ส.คิงสตาร์ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้กับ Manu Ntoh และ Eddie Saban นักมวยจากต่างประเทศ โดยในที่สุดนักมวยไทยก็เป็นฝ่ายชนะไป จากกติกาการชก คนแรกยก 1-3 และ คนที่ยก 4-5


สนับสนุนโดย https://pizzagamechangers.com/